วันอังคารที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2552

ข้อสอบกลางภาค โดย ภาษิณี บรรจงสุทธิ์


แบบทดสอบกลางภาค
ข้อ 1. ตอบ
ระบบคอมพิวเตอร์ประกอบด้วยองค์ประกอบสำคัญ5ส่วนด้วยกันคือ1ฮาร์ดแวร์ (Hardware) คือลักษณะทางกายของเครื่องคอมพิวเตอร์ ซึ่งหมายถึงตัวเครื่องคอมพิวเตอร์ และ อุปกรณ์รอบข้าง (peripheral) ที่เกี่ยวข้อง เช่น ฮาร์ดดิสก์ เครื่องพิมพ์ เป็นต้น ฮาร์ดแวร์ประกอบด้วยหน่วยรับข้อมูล จะเป็นอุปกรณ์ที่ใช้สำหรับข้อมูลต่าง ๆ เข้าสู่คอมพิวเตอร์ จากนั้น หน่วยประมวลผลกลาง จะนำไปประมวลผล และแสดงผลลัพธ์ที่ได้ออกมากให้ผู้ใช้รับทราบทาง หน่วยแสดงผลลัพธ์หน่วยความจำหลัก จะทำหน้าที่เสมือนเก็บข้อมูลชั่วคราวที่มีขนาดไม่สูงมากนัก การที่ฮาร์ดแวร์จะทำหน้าที่ได้มีประสิทธิภาพนั้น ขึ้นอยู่กับโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่ใช้ ส่วนการทำงานได้มากน้อยเพียงใด จะขึ้นอยู่กับหน่วยความจำหลักของเครื่องนั้น ๆ ข้อเสียของหน่วยความจำหลักคือ หากปิดเครื่องคอมพิวเตอร์ที่อยู่ในหน่วยความจำหลักจะหายไป ในขณะที่ข้อมูลอยู่ที่ หน่วยเก็บข้อมูลสำรอง จะไม่สูญหายตราบเท่าที่ผู้ใช้ไม่ทำการลบข้อมูลนั้น รวมทั้งหน่วยเก็ยข้อมูลสำรองยังมีความจุที่สูงมาก จึงเหมาะสำหรับการเก็บข้อมูลที่มีขนาดใหญ่ หรือเก็บข้อมูลไว้ใช้ในภายหลัง ข้อเสียของหน่วยเก็บข้อมูลสำรองคือการเรียกใช้ข้อมูลจะช้ากว่าหน่วยความจำหลักมาก2. ซอฟต์แวร์ (Software) คอมพิวเตอร์ฮาร์ดแวร์ที่ประกอบออกมาจากโรงงานจะยังไม่สามารถทำงานใดๆ เนื่องจากต้องมี ซอฟต์แวร์ ซึ่งเป็นชุดคำสั่งหรือโปรแกรมที่สั่งให้ฮาร์ดแวร์ทำงานต่าง ๆ ตามต้องการ โดยชุดคำสั่งหรือโปรแกรมนั้นจะเขียนขึ้นมาจาก ภาษาคอมพิวเตอร์ ภาษาใดภาษาหนึ่ง และมี โปรแกรมเมอร์ (Programmer) หรือนักเขียนโปรแกรมเป็นผู้ใช้ภาษาคอมพิวเตอร์เหล่านั้นเขียนซอฟต์แวร์ต่าง ๆ ขึ้นมาซอฟต์แวร์ สามารถแบ่งออกเป็นสองประเภทใหญ่ๆคือซอฟต์แวร์ระบบ โดยส่วนมากแล้วจะติดตั้งมากับเครื่องคอมพิวเตอร์เนื่องจากซอฟต์แวร์ระบบเป็นส่วนควบคุมทำงานต่าง ๆ ของคอมพิวเตอร์ เพื่อให้สามารถเริ่มต้นการทำงานอื่น ๆ ที่ผู้ใช้ต้องการได้ต่อไป ส่วน ซอฟต์แวร์ประยุกต์ จะเป็นซอฟต์แวร์ที่เน้นในการช่วยการทำงานต่าง ๆ ให้กับผู้ใช้ ซึ่งแตกต่างกันไปตามความต้องการของผู้ใช้แต่ละคน3. บุคลากร (Peopleware) เครื่องคอมพิวเตอร์โดยมากต้องใช้บุคลากรสั่งให้เครื่องทำงาน เรียกบุคลากรเหล่านี้ว่า ผู้ใช้ หรือ ยูเซอร์ (user) แต่ก็มีบางชนิดที่สามารถทำงานได้เองโดยไม่ต้องใช้ผู้ควบคุม อย่างไรก็ตาม คอมพิวเตอร์ก็ยังคงต้องถูกออกแบบหรือดูแลรักษาโดยมนุษย์เสมอผู้ใช้คอมพิวเตอร์ (computer user) แบ่งได้เป็นหลายระดับ เพราะผู้ใช้คอมพิวเตอร์บางส่วนก็ทำงานพื้นฐานของคอมพิวเตอร์เท่านั้น แต่บางส่วนก็พยายามศึกษาโปรแกรมประยุกต์ในขั้นที่สูงขึ้น ทำให้มีความชำนาญในการใช้โปรแกรมประยุกต์ต่าง ๆ นิยมเรียกกลุ่มนี้ว่า เพาเวอร์ยูสเซอร์ (power user)ผู้เชี่ยวชาญทางด้านคอมพิวเตอร์ (computer professional) หมายถึงผู้ที่ได้ศึกษาวิชาการทางด้านคอมพิวเตอร์ ทั้งในระดับกลางและระดับสูง ผู้เชี่ยวชาญทางด้านนี้จะนำความรู้ที่ได้ศึกษามาประยุกต์และพัฒนาใช้งาน และประสิทธิภาพของระบบคอมพิวเตอร์ให้ทำงานในขั้นสูงขึ้นไปได้อีก นักเขียนโปรแกรม (programmer) ก็ถือว่าเป็นผู้เชียวชาญทางคอมพิวเตอร์เช่นกัน เพราะสามารถสร้างโปรแกรมใหม่ ๆ ได้4. ข้อมูลและสารสนเทศ (Data / Information) ในการทำงานต่าง ๆ จะต้องมีข้อมูลเกิดขึ้นตลอดเวลา ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับงานที่ถูกเก็บรวบรวมมาประมวลผล เพื่อให้ได้สารสนเทศที่เป็นประโยชน์ต่อผู้ใช้ ซึ้งในปัจจุบันมีการนำเอาระบบคอมพิวเตอร์มาเป็นข้อมูลในการดัดแปลงข้อมูลให้ได้ประสิทธิภาพโดยแตกต่างๆระหว่าง ข้อมูล และ สารสนเทศ คือ ข้อมูล คือ ได้จากการสำรวจจริง แต่ สารสนเทศ คือ ได้จากข้อมูลไม่ผ่านกระบวนการหนึ่งก่อน5. กระบวนการทำงาน (Procedure) กระบวนการทำงานหรือโพรซีเยอร์ หมายถึง ขั้นตอนที่ผู้ใช้จะต้องทำตาม เพื่อให้ได้งานเฉพาะอย่างจากคอมพิวเตอร์ซึ่งผู้ใช้คอมพิวเตอร์ทุกคนต้องรู้การทำงานพื้นฐานของเครื่องคอมพิวเตอร์ เพื่อที่จะสามารถใช้งานได้อย่างถูกต้อง ตัวอย่างเช่น การใช้เครื่อง ฝาก-ถอนเงินอัตโนมัติ ถ้าต้องการถอนเงินจะต้องผ่านกระบวนการต่าง ๆ ดังนี้-จอภาพแสดงข้อความเตรียมพร้อมที่จะทำงาน-สอดบัตร และพิมพ์รหัสผู้ใช้-เลือกรายการ-ใส่จำนวนเงินที่ต้องการ-รับเงิน-รับใบบันทึกรายการ และบัตรการใช้คอมพิวเตอร์ปฏิบัติงานในส่วนต่าง ๆ นั้นมักจะมีขั้นตอนที่สลับซับซ้อน และเกี่ยวข้องกับช่วงเวลาต่าง ๆ ในการปฏิบัติงานด้วย จึงต้องมีคู่มือการปฏิบัติงานที่ชัดเจน เช่น คู่มือสำหรับผู้ควบคุมเครื่อง (Operation Manual) คู่มือสำหรับผู้ใช้ (User Manual) เป็นต้น

2. ตอบ

ไมโครซอฟท์ เวิร์ด เป็นโปรแกรมที่นิยมในการประมวลผลคำ มีความสามารถในการจัดรูปแบบตัวอักษร ย่อหน้า ใส่รูปภาพ จดหมายเวียน และอื่นๆ อีกมากมายสอดบัตร และพิมพ์รหัสผู้ใช้การตีตาราง(1.) เลื่อนเคอร์เซอร์ให้อยู่ตรงตำแหน่งที่เราจะเริ่มตีตาราง(2.) ด้านบน คลิ๊กที่เมนู ตาราง(3.) เลื่อนลงมาที่คำว่า แทรก(4.) ด้านขวา เลื่อนเม้าส์ คลิ๊กที่คำว่า ตาราง(53.ตอบ สร้างโฮมเพจด้วย FrontPage 2000 (3)ใส่ไฮเปอร์ลิงค์ข้อมูลสำคัญอีกอย่างหนึ่ง ในเว็บเพจทั่วๆไป ก็คือไฮเปอร์ลิงค์ ที่ชี้ไปยังเว็บเพจอื่นภายในเว็บเดียวกัน และไฮเปอร์ลิงค์ที่ชี้ไปเว็บอื่น สำหรับกรณีแรก FrontPage ได้สร้างลิงค์ไว้ให้โดยอัตโนมัติแล้ว นั่นคือปุ่มนำทาง (navigation bar) ที่คุณเห็นอยู่ตรงด้านข้าง หรือด้านบนของเว็บเพจ ส่วนลิงค์ที่ชี้ออกไปเว็บอื่น เราต้องระบุด้วยตัวเอง โดยอาจใส่ไว้กับข้อความ หรือรูปภาพก็ได้ และจะใส่ไว้ที่เว็บเพจใด หรือตรงตำแหน่งใดในเพจก็ได้ แต่ในตัวอย่างต่อไปนี้ จะแสดงการใส่ไฮเปอร์ลิงค์ไว้ใน favorite.htmลบข้อความเดิมใน favorite.htm แล้วใส่ข้อความหรือรูปภาพ ที่ต้องการทำเป็นไฮเปอร์ลิงค์ ลงไปแทนเมื่อจะสร้างไฮเปอร์ลิงค์ที่เป็นข้อความ ก็ใช้เมาส์คลิกลากเพื่อเลือกข้อความนั้น......แล้วคลิกปุ่ม บนทูลบาร์ (หรือเลือกคำสั่ง Insert Hyperlink)ระบุ URL ปลายทาง (URL นี้อาจจะเป็นเว็บไซท์, เว็บเพจ หรือข้อมูลอื่นใดบนอินเตอร์เน็ตก็ได้)ถ้าต้องการให้บราวเซอร์แสดงข้อมูลปลายทางเป็นวินโดว์ใหม่ ก็คลิกปุ่ม เลือก New Windowคลิก OKคลิก OKเมื่อจะสร้างไฮเปอร์ลิงค์ที่เป็นรูปภาพ ก็เลื่อนเมาส์ไปคลิกบนรูปนั้น...แล้วทำตามขั้นตอนข้อ 3-8 เหมือนเดิมเมื่อจะสร้างไฮเปอร์ลิงค์ เพื่อรับอีเมล์จากผู้ชม ก็ใช้เมาส์เลือกข้อความ หรือรูปภาพ ที่ต้องการทำเป็นไฮเปอร์ลิงค์...แล้วคลิกปุ่ม บนทูลบาร์คลิกปุ่ม ระบุอีเมล์แอดเดรสของคุณคลิก OKคลิก OKการแก้ไขไฮเปอร์ลิงค์ ทำได้โดยคลิกบนข้อความ หรือรูปภาพที่เป็นไฮเปอร์ลิงค์ แล้วคลิกปุ่ม บนทูลบาร์ตกแต่งเว็บเพจด้วยธีมหน้าตาอันสวยงาม ของเว็บเพจจากเทมเพลต Personal Web ไม่ว่าจะเป็นภาพพื้นหลัง, ป้ายชื่อเว็บเพจ, ปุ่มนำทาง, เส้นคั่นหน้า และรายละเอียดอื่นๆ ล้วนเกิดจากผลของธีม (theme) หรือรูปแบบตกแต่งสำเร็จรูป ที่ถูกนำมาใช้กับเว็บเพจเหล่านี้ ดังนั้น หากคุณไม่ชอบใจรูปแบบที่เห็นอยู่ ก็สามารถเปลี่ยนมันได้อย่างรวดเร็ว โดยเพียงแต่เปลี่ยนธีมที่ใช้เท่านั้นเลือกคำสั่ง Format Themeคลิกเลือกธีมที่ต้องการใช้ โดยดูตัวอย่างหน้าตา จากช่องทางขวาคลิก OK .) จะขึ้นหน้าต่าง ถามเราว่า ต้องการตีตารางจำนวน กี่คอลัมน์ (แนวตั้ง) กี่แถว (แนวนอน) เราก็ระบุลงไป แล้ว ลงมาคลิ๊กที่ปุ่มตกลง
เขียนโดย ภาษิณี บรรจงสุทธิ์ 5211219036 นิติศาสตร์ กลุ่ม 01


ข้อ3.ตอบ
การเชื่อมโยงหน้าเว็บเพจในอินเตอร์เน็ตเข้าด้วยกันเป็นสิ่งที่ทำให้เว็บเพจมีความแตกต่างกันจากเอกสารธรรมดาเพราะทำให้ผู้ใช้ไม่ต้องเปิดดูตั้งแต่หน้าแรก แต่สามารถ Click mouse เปิดดูเฉพาะหน้าเว็บเพจที่สนใจได้การเชื่อมโยงแบบต่างๆการเชื่ิอมโยงบนเว็บเพจมีด้วยกันหลายรูปแบบ อาจแบ่งตามการใช้งาน หรือตามลักษณะของการเชื่อมโยงก็ได้ถ้าแบ่งตามลักษณะการเชื่อมโยงจะแบ่งการเชื่อมโยงออกเป็น 2 ประเภท คือ การเชื่อมโยงภายในเว็บเพจ และการเชื่อมโยงภายนอกเว็บเพจ แต่ถ้าแบ่งตามวัตถุประสงค์ของรูปแบบการใช้งานแบ่งเป็นประเภทต่างๆได้ดังนี้1.การเชื่อมโยงในเว็บเพจเดียวกัน2.การเชื่อมโยงภายในเว็บไซต์เดียวกัน3.การเชื่อมโยงไปยังเว็บไซต์อื่น4.การเชื่อมโยงด้วยอีเมล์5.การเชื่อมโยงไปยังไฟล์ดาวน์โหลด6.การเชื่อมโยงด้วย Map Link7.การสร้าง Rollover Imageไฮเปอร์ลิงค์ (Hyperlink) หรือที่เรียกว่า “ลิงค์” เป็นการเชื่อมโยงเว็บไซต์บนอินเตอร์เน็ต จากจุดหนึ่งโยงไปยังอีกจุดหนึ่ง การเชื่อมโยงในลักษณะนี้นับว่ามีประโยชน์อย่างมาก เนื่องจากทําให็ผู้เข้าชม สามารถเข้าถึงข้อมูลและเนื้อหาทุกหน้า เว็บเพจภายในเว็บไซต์ของเราได้ผู้ติดตาม
เขียนโดย ภาษิณี บรรจงสุทธิ์ 5211219036 นิติศาสตร์ กลุ่ม 01

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น